2006/Jan/25

เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเห็นมุมมองแปลกๆเพิ่มเติม กำลังคิดอยู่ว่า ระหว่างที่คนเราใช้ตาในการมอง คงจะใช้ใจในการกำหนดการรับรู้อยู่ด้วยแน่ๆ เพราะอย่างนั้น เลยเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า "มุมมองอันหลากหลาย" ในขณะที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสดู และเห็นมาอย่างชัดเจนด้วยสายตาตัวเองมาแล้ว และคิดว่า มันเป็นแบบนั้นแบบนี้ตามที่สายตาเห็น แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีกลุ่มคนอื่น ได้ดูเช่นเดียวกัน และคิดไปอีกมุมมองที่ข้าพเจ้านึกไม่ถึง ไม่เคยอยู่ในสำนึกการมองเห็นและรับรู้มาก่อนเลย

อาจจะเป็นเพราะว่า ข้าพเจ้าใช้แค่ตามอง ไม่ได้ใช้ใจคิดผสมด้วย ให้มันเป็นไปตามความต้องการของตัวเอง ถึงไม่อาจจะจินตนาการเกินกว่าที่สายตาเห็นได้ แต่ถ้าจะว่ากันไปตามจริง ระหว่างจินตนาการกับความจริง เราควรเลือกที่จะเอาอันไหนกัน??

ภาพในจินตนาการ

โอเคว่าเจ้านี่นะ จะสามารถทำให้เราได้พบกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ และแน่นอนต้องมีความสุข เราพอใจอยากเห็นอะไร ยังไง แบบไหน เราก็ใช้ใจของเราแปลงเอาได้ จากสิ่งที่เราได้เห็นจริงๆ ทำให้เราได้ฉีกยิ้ม ได้กรี๊ด สารพัดในทางบวก ดูเหมือนมันจะมีแต่อะไรดีๆใช่มั้ย? แต่ของทุกอย่างมันมี2ด้านนี่นา เมื่อมีดีขนาดนี้ ก็ต้องมีแหละที่ไม่มีเนี้ย แน่นอนว่าจิ้นเองขนาดนี้ เท่ากับคุณได้ลบข้อความเรื่องจริง ให้มันออกไปจากสมองคุณหมดแล้วเหมือนกัน จะลบด้วยการทำเป็นไม่สนว่าจริงๆเป็นไง ฉันขอจิ้นของฉันแบบนี้แหละ ฉันพอใจ ซึ่งไอ้วิธีนี้นะ ไม่ได้ลบโดยถาวร เพียงแต่มองข้ามความจริงไปเท่านั้น รู้แต่ไม่สน เห็นแต่ไม่ใส่ใจ ก็อยากให้เป็นไปตามที่คิดมากกว่านี่~ กับอีกวิธี ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น!! อันนี้นะเข้าขั้น หน้ามืดตามัวหัวบอดเลยทีเดียว ออกจะเป็นอะไรที่น่าส่ายหน้าอย่างรุนแรง เพราะเป็นการปิดใจในการรับรู้อย่างไร้ซึ่งมาก เมื่อคุณปิดตาปิดใจตัวเอง เพื่อให้รับแต่สิ่งที่คุณต้องการให้เป็นเท่านั้น มันก็เท่ากับความเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน ที่อยู่แต่ในโลกของตัวเอง ที่มันแสนจะล่องลอยอยู่ในฟองอากาศ

ภาพในความจริง

ต้องบอกว่า ความจริงก็คือความจริงล่ะนะ มันย่อมมีทั้งที่ถูกใจเรา และไม่ถูกใจเราอยู่ อาจจะทำให้หงุดหงิด ไม่พอใจ อยากได้แบบนั้นแบบนี้มากกว่า แต่ว่า...ความจริงนะ ทำให้เรารู้จริงด้วยนี่น่า ใช่มั้ย? คุณอยากเป็นคนที่รู้เรื่องจริง หรือเรื่องลวงกันล่ะ?? ในกรณีที่เราติดตามอะไรสักอย่าง เราก็คิดว่าตัวจริง เสียงจริง ความจริง ย่อมดีกว่าจิ้นเองโดยไม่สนอะไร แต่คนอื่นนะเราไม่รู้สิน่า ว่าคิดยังไง??? ที่เห็นๆอยู่มันอาจจะทำให้จิ้นไปได้ ตามความพอใจของคนมองต้องการ โดยไม่ต้องสนเรื่องจริงที่เจ้าตัวทำลงไปได้ ก็แค่พอใจจะคิดไปในทางที่ตัวเองชอบ อันนี้ต้องถามใจตัวเองนิดหน่อย ว่าทำไปเพื่ออะไร สิ่งที่มีค่ามันคืออะไรกันแน่ ตัวจริงของคนๆนั้น หรือว่าตัวคุณเองกับความพอใจกันแน่ ลองย้อนลงไปคิดดูก็ดีนะ

ตอนนี้คำว่า "โลกเดินตามแฟชั่น" หรืออีกอย่างคือ "ค่านิยม" ไม่ว่าจะเป็นทางที่ถูกหรือผิดแค่ไหน แต่มันเป็นไปตามนั้น โดยไม่เลือกหนทาง มันเหมือนคำเปรียบเปรย ที่ไม่ใช่แค่ตามความหมายคำ แต่หมายถึงทุกอย่าง เกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง คนในสมัยนี้ไม่สามารถเดินตามความคิดอ่านโดยวิเคราะห์ได้อีกแล้ว มีแค่คนจำนวนน้อยเท่านั้น นอกเหนือจากนั้น...ใครว่าอะไร คนส่วนใหญ่วางแนวทางว่าไง ก็จะขออือออไปด้วยไว้ก่อน ด้วยการคล้อยตามโดยไม่ต้องคิดทวนก่อน ว่าสิ่งเหล่านั้นมีคุณค่าแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องิคดเรื่องถูกผิดหรือจริงไม่จริง เพราะเราจะดีค่าทุกอย่างตามแนวคิดใครคนเดียวไม่ได้ หากแต่รู้ได้ว่า อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าดี อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าไม่ดี จากผลที่ออกมาเท่านั้นเอง ว่าสิ่งนั้นให้ผลในทางลบหรือบวกต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

สติเป็นสิ่งผูกขาดของแต่ละบุคคล ระบบความคิดอ่านก็เหมือนกัน การเรียนหนังสือในตำราเก่ง ไม่ได้หมายความว่าคุณมีสติที่ดีไปด้วย ยิ่งในเรื่องความคิดต่อสิ่งรอบตัว คนในสมัยใหม่มักฉาบฉวย โลกเดินอยู่บนฝ่ามือ และไร้ความสนใจต่อทุกเรื่องราวที่นอกเหนือจากตัวเอง ก็คงกล่าวได้ว่า "ท่านเป็นผู้ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ" หรือที่เข้าใจกันง่ายๆว่า "spirit of heart" แก่นแท้ของจิตวิญญาณมนุษย์

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ตอนนี้ปุ๊กติดอยู่กับภาพของความจริงตลอดเลยพี่ เลยการทำงานเนี่ยมันฝันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

เหนื่อยใจชะมัด

แต่ว่าภาพของความฝันในจินตนาการก็ทำให้ปุ๊กยิ้มได้ แล้วก็มีกำลังใจจะต่อสู้กับไอ้ภาพในชีวิตประจำวันจริง ๆ นะ

ถึงได้ย้ำกับตัวเองทุกวัน ว่าไม่ลาออก ๆ เพื่อลูก เพื่อสามีและน้องชายที่รัก

ลาออกแล้วคงไม่ได้เชยชมบรรดาภาพในฝันของปุ๊กแน่ ๆ อ้ะ555+
#1  by  pook^^ (202.143.166.150 /192.168.16.121) At 2006-02-18 09:00, 
คนเราใครๆก็อยากอยู่แต่ในโลกแห่งความฝันนะว่ามั้ยพี่ และบางครั้งบางคราวแทนที่จะรู้ตัวว่านั้นคือโลกแห่งความฝันกลับมองว่านั่นแหละคือโลกที่แท้จริงที่เป็นไป ได้แต่หลอกตัวเองไปวันๆ โดยไม่คิดที่จะมองสิ่งรอบๆตัวอย่างที่มันเป็นไปตามครรลอง ตามที่มันควรจะเป็น คงได้แต่หวังว่าบุคคลประเภทนี้อย่าอยู่ในโลกเยอะเกินไปเลยไม่งั้น โลกคงย่ำแย่กว่านี้ ถ้าพากันเอาแต่คิดว่าโลกที่เห็นที่เป็น เป็นไปตามสายตาและความต้องการของตนเอง
#2  by  guy (58.10.168.201) At 2006-02-23 02:23, 
โลกแห่งความฝันมันเป็นสิ่งสวยงามสำหรับใครหลายคน แล้วแต่ว่าจินตนาการของแต่ละคนจะเป็นยังไงเนอะ
แต่จำกันไว้สักหน่อยก็ดี โลกแห่งความฝันยังไงก็เป็นโลกแห่งความฝันวันยังค่ำ สักวันคนเราก็ต้องลืมตาตื่นขึ้นมา จะมามัวหลงละเมอเพ้อฝันไม่ยอมออกจากโลกแห่งความฝันมันไม่ได้หรอก แล้วมันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาโลกแห่งความฝันมาปะปนกับโลกแห่งความเป็นจริง
จินตนาการเป็นสิ่งที่ดี ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้ทำร้ายใคร และไม่ได้ทำให้ตัวเองหลงมัวเมาเกินเหตุ ถ้าเป็นอย่างนั้นมันไม่ใช่จินตนาการที่สวยงามแล้ว แต่เป็นความหลงละเมอเพ้อฝันอย่างรุนแรงจนไม่มองไม่นึกถึงความเป็นไปได้ต่างหาก
#3  by  puichan At 2006-02-23 03:23, 
บางครั้งลูก็คิดว่าการอยู่กับสิ่งที่ตัวเองคิดก็ดีเหมือนกัน
แต่มันก็มักทำไม่ได้ทุกที สำหรับบางคนมีสิ่งแวดล้อมที่สามารถจะฝันได้อย่างเต็มรูปแบบ
แต่สำหรับบางคน ก็ไม่มีสิ่งที่สามารถทำให้ฝันได้

แต่ยังไงซะความฝันก็มีขอบเขต จินตนาการในบางเรื่อง
ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ถ้าคนทั้งโลกคิดเอาเองกันไปหมด ตอนนั้นโลกเราคงไม่เหลือความจริง
เมื่อไม่เหลือความจริง ...คนเราก็รักได้ในสิ่งที่ตัวเองคิดเท่านั้นเอง
แล้ว...สิ่งนั้นที่เราคิดล่ะ...ควมาจริงของมันคงน่าสงสาร
แล้วเปลียวเหงา ...เพราะความจริงมันถูกมองข้ามไปเสียงแล้ว
#4  by  Lu At 2006-04-26 23:14, 

<< Home