2006/Feb/23

มีเรื่องที่น่าสนใจอีกแล้ว คราวนี้เกียวกับความมั่นใจในตัวเองของคนเรามั้งนะ มีข้อคิดที่น่าสนใจอยู่ สำหรับนิสัยของคนที่มีต่อผู้อื่น เกี่ยวกับคำพูดต่างๆนาๆ อันที่จริงแล้วคำพูด เป็นการแสดงออกถึงตัวตนและนิสัยได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด สามารถทำให้รู้ลึกถึงความเป็นตัวเองได้ดีที่สุดก็ว่าได้ ว่าเป็นคนประเภทไหน

ที่ข้าพเจ้าเพิ่งจะได้เจอมา และสัมผัสมากับตัวเต็มๆเร็วๆนี้เอง แล้วไม่พึงประสงค์อยากจะคบหา มีอยู่ประเภทหนึ่งที่บอกเล่าได้ในเวลานี้ นั่นคือคนที่มักจะกระทำด้วยคำพูดที่ชอบกดคนอื่นให้ต่ำ มักใช้วิธีพูดเชิงกดดันคนอื่น และทำให้คนอื่นรู้สึกอยู่เสมอว่าเขาอยู่เหนือกว่า และกำลังคุกคามบีบรัดเราอยู่ด้วยอำนาจของเขา ไม่ต้องพูดให้มากความ....นี่คือคนที่น่ารังเกียจ

ถ้าจะเปรียบเป็น....พวกปากหวานก้นเปรี้ยว ร้ายลึกซ้อนเร้น และเปิดประกาศศักดาอย่างร้ายกาจ สิ่งหนึ่งที่คิดได้เมื่อเจอกับคนประเภทนี้ เขาช่างเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองเสียจริง และยกตัวเองไว้สูงเริ่ดเลอเสียจริง ช่างมองไม่เห็นหัวใครเลยจริงๆ ยึดถือตนเองยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ถึงปากจะพยายามใช้คำหวาน เพื่อให้ตัวเองดูเป็นคนที่ดี แต่สิ่งที่ดีก็ย่อมจะใช่ และเช่นเดียวกัน สิ่งที่ไม่ดีก็ย่อมจะเป็นดีไปไม่ได้ การที่คนเราจะยึดมั่นในตัวตนของตัวเอง ความจริงไม่ใช่สิ่งผิดอันใด แต่หากความหยิ่งทะนงในตัวเองนั้นมีมากไป จนมองเห็นคนอื่นเท่ามดปลวก ที่ด้อยค่ากว่าตัวเองเป็นร้อยเท่าพันเท่านั้น ย่อมไม่ใช่วิสัยที่น่าพิศมัย

การคบหาเพื่อนฝูงต้องใช้ใจแลกใจ จึงจะได้ใจกลับคืนมา แม้ต้องเสี่ยงในการแลก เพราะคนเรานั้น....ไม่รู้หรอกว่าจะสามารถเข้าใจได้แค่ไหน หรืออีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร แต่เมื่อต้องคบหากันแล้วนั้น ข้าพเจ้ายังหวังว่าความเชื่อใจระหว่างเพื่อน และการให้ความสำคัญกัน ไม่ว่ายามทุกข์หรือสุข ที่สามารถแบ่งปันกันได้ มันมีการยิ่งกว่าเงินทอง อำนาจ ชื่อเสียง สิ่งจอมปลอมทั้งหลายในโลกนี้

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ตระหนัก เมื่อได้พบเจอกับคนปรเภทหนึ่งมา จนคิดว่าสามารถแยกประเภทได้อีกอย่างแล้ว นั่นคือ...คนที่เห็นคนรักสำคัญกว่าเพื่อน และคนที่เห็นเพื่อนสำคัญกว่าคนรัก และคนที่เห็นความสำคัญได้เท่าเทียมกัน ซึ่งอยากจะพูดถึงคนประเภทแรก แถมยังมีนิสัยอย่างข้างต้นที่ข้าพเจ้าพูดมาก่อนหน้านี้ สามารถรับประกันได้โดยไม่ต้องเป็นหมอดูหมอเดา ว่าจะไม่สามารถมีเพื่อนที่แท้จริงได้เลย เพราะใครกันเล่าอยากคบหาคนประเภทนี้ไว้เป็นเพื่อนแท้ คนที่ไร้ความจริงใจต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง มีเพียงความหลงละเมอในตัวตนของตัวเอง คนที่ไม่รู้ค่าของสิ่งดีๆหลายอย่างในโลก และหากมีแต่ความหลงเป็นสำคัญ แม้แต่คนรักของตัวเอง ก็คงด้อยค่ากว่าตัวเอง เพราะสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อคนรัก แต่เป็นเพื่อนตัวเองเป็นหลัก ถึงจะบอกแทบตายว่า "ที่ทำไปนั้นเพราะฉันรัก...." แต่เพราะตัวเองรัก จึงได้ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาไม่ใช่หรือ? การได้รัก และการได้ทำ ก็เพื่อให้ตัวเองมีความสุขมากขึ้น ได้ในสิ่งที่อยากได้ ช่างเป็นความรู้สึกที่รุนแรง และลวงโลก(ตัวเองและคนอื่น) ได้อย่างน่ากลัวจริงๆ

มาถึงในวันนี้ ข้าพเจ้ารู้ตัวดีว่า ตัวเองนั้นไม่สามารถจะยินยอมให้ใครกดขี่ได้ ข้าพเจ้าไม่สามารถอดทนต่อความทรนงของผู้อื่น ที่ใช้ในการมีอำนาจเหนือตัวข้าพเจ้าโดยการจงใจ กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ถูกกระทำ ข้าพเจ้ามักพยายามเห็นแก่อะไรหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ยิ่งยอมก็ยิ่งรู้สึกว่า ตัวเองนั้นกลายเป็นลูกไล่เขาไปมากขึ้นทุกที ในเวลาที่เขาต้องการกดขี่ข่มเหง สติอันมีจำกัดความอดทนของข้าพเจ้า ไม่สามารถรองรับสิ่งเหล่านี้ได้มากมาย เมื่อมันกำลังถึงจุดที่ลดต่ำเต็มที่ และพร้อมที่จะกลายเป็นไร้สำนึกแห่งสติ ข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะแตกหัก โดยไม่มีความรู้สึกเสียใจ ใส่ใจ ที่จะต้องทำร้ายใครสักคนอีกต่อไป

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ก็คงได้แต่ดูมันละมั้งพี่ดูกันไปว่าใครจะระเบิดไปก่อนกัน แต่ที่แน่ๆ คนที่สักแต่พูดคำว่า"เพราะว่ารัก " ก็แค่รักในแบบของตัวเองรักโดยที่กำหนดตัวเองเป็นใหญ่ รักในแบบที่ว่าเนี่ยฉันทำถูกนะ ก็ไม่น่าจะใช่คำว่ารักที่แท้จริงนะ

ส่วนพวกชอบยกตนข่มท่านก็ต้องดูว่าเมื่อไหร่คนที่ถูกกดจะระเบิดมันออกมาละนะ แต่ถ้าคนทำมันยังไม่รู้ตัว ก็ อมิตตาพุทธ ตัวใครตัวมัน พวกหาเรื่องใส่ตัว
#1  by  guy (58.10.168.201) At 2006-02-23 02:29, 
"ฉันทำเพราะรัก" ......
รู้อะไรกันไหม? ประโยคนี้คือประโยคพื้นฐานสุดเบสิกสำหรับ"คนเห็นแก่ตัว"
เห็นแก่ตัวตรงไหน...มันก็เหมือนกับว่าคุณเอาคำว่า"รัก"เป็น"เชือก"ในการผูกมัด บังคับให้อีกฝ่ายที่คุณอ้างว่ารักนั้นทำในสิ่งที่คุณต้องการ โดยที่ไม่ใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะคิดจะรู้สึกเช่นไร หรือแม้กระทั่งคนที่มองเห็นความรักแบบนี้ของคุณก็ตาม ไม่ฟังแม้แต่เสียงทัดทานของใครๆ ยึดถือความคิดตัวเองเป็นใหญ่ คิดว่าอันตัวฉันนี้ดีกว่าใครๆ เป็นคนรักที่ดีเหนือคนรักคนอื่นๆ

และสำหรับคนที่ชอบพูดโดยใช้คำพูดในการคุมคามกรายๆ คนประเภทนี้ก็ถือเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจเช่นกัน ไม่มีคนดีที่ไหนชอบใช้คำพูดประเภทนี้กันหรอกนะ หลักพื้นฐานของคนดีคือการอ่อนน้อม นอบน้อม ไม่ต้องมาพูดยกตนข่มท่านหรอกถ้าอยากจะให้ใครสักคนรู้จักเกรงกลัวเกรงใจ แค่ทำตัวดีๆให้เหมาะสมกับคุณวุฒิและวัยวุฒิ เพียงแค่นั้นก็เพียงพอที่จะให้ใครสักคนหรือใครหลายคนยอมรับและนับถือคุณแล้ว
#2  by  puichan At 2006-02-23 03:30, 
โอ้วว พี่หนี สุดยอดมั่กๆๆๆ
ได้ใจเลย

"มาถึงในวันนี้ ข้าพเจ้ารู้ตัวดีว่า ตัวเองนั้นไม่สามารถจะยินยอมให้ใครกดขี่ได้ ข้าพเจ้าไม่สามารถอดทนต่อความทรนงของผู้อื่น"

เด็ดๆ

#3  by  <기해>RyuXx:: At 2006-03-18 03:35, 
คนแบบนั้นมีมากมาย ไม่แน่ว่าใครบางคนก็อาจจะมองเราว่าเป็นแบบนั้นเหมือนกัน
แต่ว่านะ คนที่คิดว่าที่ตัวเองทำเพื่อคนอื่นก็คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นเลย
แค่ตอบสนองความต้องการของตัวเองเท่านั้นเอง
การที่ทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ คงเหลือแต่ตัวเองคนเดียวในโลก
แล้วก็ประนามโลกนี้ว่าโหดร้ายทั้งๆที่....อะไรต่อมิอะไร
...แต่ถ้ามีควมาสุขกับชีวิตแบบนั้น...ก้จงมีความสุขไปเถอะ
#4  by  Lu At 2006-04-26 23:07, 
โอ้ววว

คำพูดแบบได้ใจมากๆเลยเค่อะ

อ่านที อ่านแล้ว อ่านอีกหลายครั้ง

แบบจิงที่ว่าไม่ยอมให้ใครกดขี่ ข่มเหงแน่นอน
#5  by  ::|| プロイ At 2006-05-01 21:39, 
ไม่ได้อ่านบล๊อกพี่สาวนาน เข้ามาเจอปรัชญาอีกแล้ว 55+

อ่านไปก็เลยแบบว่า มันก็เป็นอย่างนั้นแหละ

ทุกทีตัวเราก็คือเรา ไม่ยอมหรอก เรื่องอะไรจะให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาทำให้เลกค่าลงเนอะ

วิ๊ววววววว

ความอดทนมันมี เนะ
#6  by  Seungri IS V.I.P. At 2006-05-29 21:20, 
มีใครเคยเจอคนประเภท ผู้ชายที่ชอบหลอกลวงผู้หญิง ทำด้วยความเห็นแก่ตัว จนทำลายผู้หญิงหลายต่อหลายคน จนพวกเขาไม่สามารถยืนอยู่บนโลกนี้ได้สวยงามอีกต่อไป แต่ สำหรับคนรักของเขาเอง กลับทำดี ไม่ทำร้าย ให้เกียรติเสมอ ... คำถามคือ เพราะอะไรที่เขาทำแบบนี้ แล้วผลลัพธ์ที่ได้สำหรับเขาคนนี้คืออะไร .. มีใครบอกได้บ้างไหมค่ะ อยากรู้ความนึกคิดของคนประเภทนี้ค่ะbig smile
VCTmDd gqslmtjs jmsfvgmn rucbcabw
#8  by  mdZWEcFQ (89.248.172.50) At 2009-07-28 03:31, 
ubsngwhu ipfetosh fzczbibu
#9  by  BTsPKZlYLbTFkGHwj (95.169.190.71) At 2009-08-01 07:09, 
xfjdwekm pibgqkfr xqetnvtl
#10  by  pbGulzhsXLqBVKiJ (95.169.190.71) At 2009-08-01 08:31, 
blhyuyyz qkjrojpo vdtlckvw
#11  by  EvkqGhKxunI (95.169.190.71) At 2009-08-01 09:51, 
vsagrpeh nabswqdn eehnrgvg
#12  by  DAibUPjgPmnqbRfbImX (95.169.190.71) At 2009-08-01 11:11, 
ivryxdsh kyumsuva iwyiptyi
#13  by  YmWQoimFf (89.248.172.50) At 2009-08-09 20:39, 
jkbaxsgr jgxznlzz riwrgzns
#14  by  DSwEAwmJn (94.102.49.213) At 2009-08-14 16:15, 
sqrqowsp cywwzhvw eeafvkvg
#15  by  jUqaIJmQfigqrvGJ (94.102.49.213) At 2009-08-14 17:35, 
dfuyaukc fdwtazyl acwipwie
#16  by  yJLghirSFOauroDr (94.102.49.213) At 2009-08-14 18:59, 
dgtinoge hotjptfe sjufzlrd
#17  by  svREOowgGpjTew (91.121.84.111) At 2009-08-21 19:02, 
djbvxxbx iskacayh eimgqcsy
#18  by  jDyYjHGK (91.121.84.111) At 2009-08-22 01:02, 
astuttdv sdojcpwi brjlbqxq
#19  by  ZwLjWmIV (91.121.84.111) At 2009-08-29 05:01, 

<< Home