มีเรื่องที่น่าสนใจอีกแล้ว คราวนี้เกียวกับความมั่นใจในตัวเองของคนเรามั้งนะ มีข้อคิดที่น่าสนใจอยู่ สำหรับนิสัยของคนที่มีต่อผู้อื่น เกี่ยวกับคำพูดต่างๆนาๆ อันที่จริงแล้วคำพูด เป็นการแสดงออกถึงตัวตนและนิสัยได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด สามารถทำให้รู้ลึกถึงความเป็นตัวเองได้ดีที่สุดก็ว่าได้ ว่าเป็นคนประเภทไหน
ที่ข้าพเจ้าเพิ่งจะได้เจอมา และสัมผัสมากับตัวเต็มๆเร็วๆนี้เอง แล้วไม่พึงประสงค์อยากจะคบหา มีอยู่ประเภทหนึ่งที่บอกเล่าได้ในเวลานี้ นั่นคือคนที่มักจะกระทำด้วยคำพูดที่ชอบกดคนอื่นให้ต่ำ มักใช้วิธีพูดเชิงกดดันคนอื่น และทำให้คนอื่นรู้สึกอยู่เสมอว่าเขาอยู่เหนือกว่า และกำลังคุกคามบีบรัดเราอยู่ด้วยอำนาจของเขา ไม่ต้องพูดให้มากความ....นี่คือคนที่น่ารังเกียจ
ถ้าจะเปรียบเป็น....พวกปากหวานก้นเปรี้ยว ร้ายลึกซ้อนเร้น และเปิดประกาศศักดาอย่างร้ายกาจ สิ่งหนึ่งที่คิดได้เมื่อเจอกับคนประเภทนี้ เขาช่างเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองเสียจริง และยกตัวเองไว้สูงเริ่ดเลอเสียจริง ช่างมองไม่เห็นหัวใครเลยจริงๆ ยึดถือตนเองยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ถึงปากจะพยายามใช้คำหวาน เพื่อให้ตัวเองดูเป็นคนที่ดี แต่สิ่งที่ดีก็ย่อมจะใช่ และเช่นเดียวกัน สิ่งที่ไม่ดีก็ย่อมจะเป็นดีไปไม่ได้ การที่คนเราจะยึดมั่นในตัวตนของตัวเอง ความจริงไม่ใช่สิ่งผิดอันใด แต่หากความหยิ่งทะนงในตัวเองนั้นมีมากไป จนมองเห็นคนอื่นเท่ามดปลวก ที่ด้อยค่ากว่าตัวเองเป็นร้อยเท่าพันเท่านั้น ย่อมไม่ใช่วิสัยที่น่าพิศมัย
การคบหาเพื่อนฝูงต้องใช้ใจแลกใจ จึงจะได้ใจกลับคืนมา แม้ต้องเสี่ยงในการแลก เพราะคนเรานั้น....ไม่รู้หรอกว่าจะสามารถเข้าใจได้แค่ไหน หรืออีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร แต่เมื่อต้องคบหากันแล้วนั้น ข้าพเจ้ายังหวังว่าความเชื่อใจระหว่างเพื่อน และการให้ความสำคัญกัน ไม่ว่ายามทุกข์หรือสุข ที่สามารถแบ่งปันกันได้ มันมีการยิ่งกว่าเงินทอง อำนาจ ชื่อเสียง สิ่งจอมปลอมทั้งหลายในโลกนี้
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้ตระหนัก เมื่อได้พบเจอกับคนปรเภทหนึ่งมา จนคิดว่าสามารถแยกประเภทได้อีกอย่างแล้ว นั่นคือ...คนที่เห็นคนรักสำคัญกว่าเพื่อน และคนที่เห็นเพื่อนสำคัญกว่าคนรัก และคนที่เห็นความสำคัญได้เท่าเทียมกัน ซึ่งอยากจะพูดถึงคนประเภทแรก แถมยังมีนิสัยอย่างข้างต้นที่ข้าพเจ้าพูดมาก่อนหน้านี้ สามารถรับประกันได้โดยไม่ต้องเป็นหมอดูหมอเดา ว่าจะไม่สามารถมีเพื่อนที่แท้จริงได้เลย เพราะใครกันเล่าอยากคบหาคนประเภทนี้ไว้เป็นเพื่อนแท้ คนที่ไร้ความจริงใจต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง มีเพียงความหลงละเมอในตัวตนของตัวเอง คนที่ไม่รู้ค่าของสิ่งดีๆหลายอย่างในโลก และหากมีแต่ความหลงเป็นสำคัญ แม้แต่คนรักของตัวเอง ก็คงด้อยค่ากว่าตัวเอง เพราะสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อคนรัก แต่เป็นเพื่อนตัวเองเป็นหลัก ถึงจะบอกแทบตายว่า "ที่ทำไปนั้นเพราะฉันรัก...." แต่เพราะตัวเองรัก จึงได้ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาไม่ใช่หรือ? การได้รัก และการได้ทำ ก็เพื่อให้ตัวเองมีความสุขมากขึ้น ได้ในสิ่งที่อยากได้ ช่างเป็นความรู้สึกที่รุนแรง และลวงโลก(ตัวเองและคนอื่น) ได้อย่างน่ากลัวจริงๆ
มาถึงในวันนี้ ข้าพเจ้ารู้ตัวดีว่า ตัวเองนั้นไม่สามารถจะยินยอมให้ใครกดขี่ได้ ข้าพเจ้าไม่สามารถอดทนต่อความทรนงของผู้อื่น ที่ใช้ในการมีอำนาจเหนือตัวข้าพเจ้าโดยการจงใจ กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ถูกกระทำ ข้าพเจ้ามักพยายามเห็นแก่อะไรหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ยิ่งยอมก็ยิ่งรู้สึกว่า ตัวเองนั้นกลายเป็นลูกไล่เขาไปมากขึ้นทุกที ในเวลาที่เขาต้องการกดขี่ข่มเหง สติอันมีจำกัดความอดทนของข้าพเจ้า ไม่สามารถรองรับสิ่งเหล่านี้ได้มากมาย เมื่อมันกำลังถึงจุดที่ลดต่ำเต็มที่ และพร้อมที่จะกลายเป็นไร้สำนึกแห่งสติ ข้าพเจ้าก็พร้อมที่จะแตกหัก โดยไม่มีความรู้สึกเสียใจ ใส่ใจ ที่จะต้องทำร้ายใครสักคนอีกต่อไป