unhappy

ฟู่~ ....ขอนอกประเด็นสักรอบ -- --"

เวลาอารมณ์เสียมากๆเนี้ย ทำไมมันจี๊ดได้ใจนักหนอ....เฮ้อ~ ....

วิธีลดอารมณ์รุนแรง ด้วยวิธีแปลกๆ(รึเปล่า?) โดยการ...

นั่งหน้าบึ้งหน้าจอคอม นั่งอัพโหลดไฟล์แบบไร้จุดหมาย(-_-") ต่อด้วยนั่งเปิด qafภาค5ดู2ไฟล์(เป็นการเคลียร์หนังไปในตัว(ล้นคอมแล้ว--"--) ยังมีอีก17ไฟล์ต้องดู) .....โล่งขึ้นแฮะ

หน้าบึ้งๆตอนแรก ค่อยๆมีหลุดหัวเราะเพราะ qaf มันก็ไม่เลวหนอ แต่จริงๆไม่ใช่เพราะดูหนังแล้วหาย มันเพราะได้นั่งสงบใจ โดยใช้หนังอยู่เป็นเพื่อนมากกว่า แถมด้วยก่อนหน้านั้น ได้เขียนๆอะไรบ้าๆสักอย่าง ดูมันหายแค้นดีนะ(??) จริงๆปกติชอบนั่งอ่านนิยาย การ์ตูนไปเรื่อยเปื่อยมากกว่า แต่ถ้าเครียดเกินไปก็ทำให้อ่านไม่รู้เรื่องได้ ....ไม่ค่อยชอบเลยแฮะ การอ่านแบบไม่รู้เรื่องเนี้ย

มีผู้แนะนำเรื่องบวช....หว่า~ ไม่ไหวคับท่าน ข้าพเจ้ายังกิเลสหนามากมาย พระธรรมเป็นได้แค่หลัก ที่คิดว่าเป็นสิ่งดีงามในโลกนี้นะ แต่คงไม่เหมาะกับเราอย่างร้ายกาจ ^^" ...จริงๆนะ

ความจริง ถ้าคนเราไร้ใจได้ มันก็มีทั้งดีและไม่ดี ถ้าพูดว่า....ปลงได้ รับได้ แบบนี้น่าจะใช้ได้กว่าในทางปฏิบัติ แต่อย่างว่า....ถึงรู้ดีแก่ใจ แต่ให้ทำจริงๆนั้นมันยากมาก อย่างที่เขาเรียกว่า อยากปลง แต่มันก็ยากนัก หรือ รู้ทั้งรู้ แต่ก็ทำไม่ได้อยู่ดี ทำนองนี้แหละ

เหมือนอย่างตอนนี้ ถึงจะรู้สึกเย็นลงแล้ว ไม่รู้สึกฟุ้งซ่านอีก แต่ไม่ใช่ว่าต้นเหตุจะหายไปอยู่ดี มันก็ยังติดในใจนั่นล่ะ เพียงแต่บางอย่างในใจ มันถูกทำให้ผ่อนคลายไปได้ ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป ถึงจะติดค้าง....มันก็เรื่องปกติ ไม่ค่อยได้รู้สึกปะทุได้สุดแรงเท่าไหร่ นอกจากมีปัญหากับคนที่มีอิทธิพลกับตัวเอง(คนใกล้ตัวจริง = =!!) ของมันพูดยากมากมาย ถึงคราวจะมีเรื่อง มันก็มีของมันได้เอง ไม่อยากมี แต่มันก็มีอีกนั่นแหละ

บ้านคือที่พักพิง เป็นที่ที่เราสบายใจที่สุด แต่มันก็เต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์เช่นกัน

คนอยู่รวมกัน กระทบกันเป็นปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือ กระทบครั้งก็ได้เรื่องครั้งไงล่ะ -- --" ....แย่นิดหน่อย แต่แบบนี้ก็เรียกว่าครอบครัวใช่นะ? ทะเลาะสนุกสนานกันไป(ไม่ทะเลาะน่าจะสนุกกว่านะ -- --?) เฮ่อ...

หงุดหงิดแล้วก็เย็นลง ซ้ำๆซากๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แล้วแต่ว่าเรื่องเล็ก หรือใหญ่แค่ไหนล่ะนะ

เล็กๆก็แว่บเดียวหาย ไม่ทันได้พาลเลย(ดีแล้ว) ถ้าใหญ่ๆก็นั่นล่ะ ยิ่งใหญ่แค่ไหน ยิ่งบ้าจี้.....ตามมาตราส่วนความร้อนแรง เอ?....แล้วถามว่า จะมีหายมั้ย? .....ไม่มีอ่ะ ลองได้คิดสักรอบ ก็จะอยู่ไปตลอด ลดได้ หายได้(อารมณ์) แต่เรื่องก็ยังมีอยู่ดีหนอ~

งานนี้คงปิดปากกันไปนาน แต่ก็ยังเดินต๊อกๆไปตามทางของแต่ละคนต่อไป ดีเนาะ?

ปล. ไม่นึกว่ามีคนมาอ่านบลอคล่ะ....แอบงง -- --" .....อารมณ์เจ้าของบลอคกำลังมืดทมิฬสุดขีด...เวรกรรมอย่างแรง

ปล2. Thx นู๋เบนซ์มั่กๆ ข้าพเจ้าไม่มีไรมากหรอก การเขียนบทความประหลาดๆ ที่เยาะๆจะใส่หลักการแปลกๆ หรืออะไรที่คิดว่า ถ้าทำได้ ลงไป กับการเขียนที่ โคตรมั่ว และไม่รู้เรื่อง ลงไป(มีแต่เจ้าตัวที่เข้าใจบ้าอยู่คนเดียว) เป็นการสะท้อนแง่มุมบ้าๆบางอย่าง ให้ตัวเองเห็นจากตัวหนังสือ จะเรียกว่าเพื่อความสะใจก็ได้นา... อารมณ์ประมาณ มันสนุกพิลึก ถ้าได้เขียนอะไรงี่เง่าๆบ้างอ่ะ -_-"

ปล3. ขอบคุณผู้มาเยี่ยมบลอค อันโคตรไร้สาระนี้ทุกคนคับ! อ่านแล้ว...ท่านก็จะได้ความไร้สาระติดไม้ติดมือกลับไป ต้องขออภัยด้วย T^T บลอคบทความบ๊องๆ ตามอารมณ์ ตามใจฉัน มันได้แค่นี้ล่ะคับ~(เวรกรรมจริง)

ความบัดซบของอารมณ์ ความมัวหมองของจิตใจ ความรู้สึกที่จมดิ่งลึกสู่ก้นทะเล

รัก โลภ โกรธ หลง เกลียดชัง ......ความต้องการที่บีบคั้น อยากจะทำในสิ่งที่มันสุดของที่สุดของชีวิตความเป็นคน ถ้าทำแค่ในจิตสำนึก โดยไม่ออกมาเป็นการกระทำ....จะผิดมั้ย? หรือแค่จิตใจก็ผิดแล้วกันแน่? ถ้าคิดจะละทิ้งเหตุผล ความดีทั้งหมด ตัดขาดทุกสิ่งทุกอย่าง จะสามารถปลดปล่อยความคลั่งแค้นนี้ได้มั้ย จะระบายมันออกมาได้จนหมดมั้ยนะ?

เบื่อ ทรมาน อารมณ์ที่ต้องทน ขึ้นๆ ลงๆ มีขึ้นก็มีลง ความสุขแค่ชั่วคราว ความทุกข์สิยาวนาน

ถ้าคุณต้องแลกความสุขชั่วอึดใจ แล้วต้องพร้อมรับความทุกข์10เท่าต่อจากนั้น คุณพร้อมที่จะรับมันหรือไม่? และยินดีมั้ยที่จะแลกมัน คิดว่ามันคุ้มค่ารึเปล่า? .....ค่าของมันอยู่ที่ตรงไหนกัน?

ถ้าเป็นคนชั่วในสายตาคนอื่น สู้เราชั่วจริงเลยดีกว่ามั้ย? อย่าเป็นมันเลยอะไรดีๆ มีประโยชน์อะไร...ไม่มีนะ

อารมณ์พาลๆ เกิดขึ้นได้ทุกเวลา โดยไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ ไม่สามารถปล่อยวาง แม้ว่าเราอยากจะทำมันแทบตายก็ตามที เหมือนๆกับความรู้สึกอยากฆ่าใครสักคนให้มันตายๆไปซะ ทุกครั้งที่ถูกทำให้พลุ่งพล่าน แต่ถ้าใครคนนั้นเราทำไม่ได้ล่ะ? สุดท้ายมันต้องลงที่ตัวเราสิ...ถูกมั้ย?

ลงไปด้วยความเจ็บใจ แค้นใจ เกลียด ต้องการระบาย อยากจะเหยียบมันให้จมดินสิ้นปฐพีไปซะพ้นๆ

เกลียด...ความเกลียดทำไมมันล้ำลึกนัก? จิตใจที่ดุดันขึ้น คงทำให้ลดลงอย่างรวดเร็วไม่ได้ น้ำเฉี่ยวกรากคงต้องปล่อยให้ผ่านไป สิ่งกีดขวางมีแต่ต้องพัง อาจจะด้านเดียว หรือ2ด้าน....คงบอกไม่ได้

ระงับอารมณ์คือจุดของใจ แล้วจะทำได้มั้ย? เมื่อไหร่ถึงจะทำได้? มีประโยชน์มากแค่ไหน?.....คงจะมีอยู่บ้าง

นี่กำลังพูดถึงอะไร? พูดถึงอารมณ์โกรธเกลียดที่แฝงเร้นไปด้วยความเจ็บแค้น จนไม่สามารถระงับจิตใจไว้ได้ อยากเหลือเกิน.....ที่จะกรีด พัง ทลาย ทำอะไรสักอย่าง ที่จะทำให้ความบ้าคลั่งของอารมณ์มันดับ และมอดลง หายสนิทไม่เหลือ แล้วลืมมันไปให้หมด....ทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าทำให้ไร้ความรู้สึกได้ นั่นล่ะ! เรื่องที่ดีที่สุดในชีวิต ไม่ต้องรัก ไม่ต้องเกลียด ไม่ต้องดีใจ ไม่ต้องเสียใจ ไม่มีอะไรเลย หยุดทุกอย่างไว้แค่อยู่ไปตามวิถีทาง แค่มอง แค่เห็น แค่ได้ยิน แค่พยักหน้ารับ แค่เลื่อนไปตามกระแสของโลก ไปโดยไม่ต้องมีความรู้สึกร่วม ทิ้งมันไปให้หมด....เพื่อที่จะอยู่ได้ทุกวัน อย่างสบายใจ

คราวนี้เรื่องอะไรเหรอ? อืม...เรื่องงี่เง่า ที่มีมานาน แต่พยายามมาก พยายามเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ มาตลอดนั่นล่ะ พยายามจริงๆที่จะทางใครทางมัน เรื่องเขามิใช่เรื่องเรา ถ้าคนเรามันอยากจะจมสู่วิถีแห่งความไม่ดีทั้งหลาย มันจะเกี่ยวอะไรกับเราเล่า! มันเรื่องของเขาที่เราไม่น่าไปวุ่นวาย ไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่ญาติกันสักหน่อย ที่ต้องพยายามดึงกันเอาไว้ ให้อยู่ในสิ่งดีงามนะ! แต่ก็นะ....ตบะแตก = =!
วินส์ หรือ w-inds ไอ้ชื่อนี้อ่ะ มีความหมายยังไงหรือ? มีความหมายถึงวงนักร้องไอด้อลที่รักมากนะสิ ยิ่งคุณนักร้องนำยิ่งเป็นที่รักมากกว่าใคร ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าตอนไหนๆ ไม่ต่างกันเลย....ยังไงก็คือเคจัง ที่เรารักมากๆๆๆๆๆๆ เอ็นดูมากๆๆๆๆเสมอ จะรูปร่างเปลี่ยนไปแค่ไหน หน้าตาเปลี่ยนไปเท่าไหร่ แต่ก็มีส่วนที่ไม่เปลี่ยน
- หน้าตาเปลี่ยนไป เพราะโตขึ้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนมากมายอะไร เค้าหน้ายังคงเดิมทุกอย่าง
- รูปร่างเปลี่ยนไป เพราะอยู่ในช่วงวัยเจริญเติบโต(ใกล้หมดช่วงแล้ว) และเจ้าตัวอยากเปลี่ยนตัวเอง พยายามมากที่จะเป็นผู้ชาย ที่สมกับความเป็นผู้ชาย ก็คงพยายามต่อไปเท่าที่ต้องการ
แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ นิสัย ท่าทาง ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เคจังก็ยังคงเป็นเคจัง ยังคงเป็นเหมือนฉายาที่ใครๆก็ตั้งให้(พวกพิธีกรรายการต่างๆ) "คุณหนูเคตะ" ทำไมใครๆก็ชอบเรียกเคจังว่าคุณหนู เพราะนิสัย ท่าทางเค้าเป็นแบบนั้นนะสิ ไม่ใช่เพราะเคจังเป็นลูกเศรษฐีหรอกนะ อุปนิสัยส่วนตัวนั่นต่างหากสำคัญ
แต่ที่หงุดหงิด ตบะแตก ทนไม่ได้ตอนนี้ ไม่ได้มีอะไรมากมาย แค่ไม่เข้าใจอะไรบางอย่างเท่านั้น หรือเรามันแก่เกินไป ไม่เข้าใจวัยรุ่นกับโลกไฮเทคสมัยนี้กันแน่? ทำไมคำพูดคำจาถึงได้ถ่อยกันนัก? รู้ว่าทุกคนสามารถจะใช้คำพูดที่ร้ายแรง ภาษาตลาดได้ทั้งนั้น เราเองก็ไม่ได้ผู้ดีจ๋ามาจากไหน พูดจาห่าม รุนแรง หยาบคายเหมือนกัน แต่ทุกอย่างมันควรมีลิมิต กาลเทศะ รู้จักคำว่าควรไม่ควรอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อย
คำเรียกจากแฟนวินส์ทั้งหลาย
- เรียกเคจังว่า อีเคะ นังเคะ อีหอยหลอดเคตะ ไอ้ถึก ฯลฯ เยอะแยะมากมาย(เกินกว่าจะจำได้) สารพัดจะหามาเรียกกัน คิดมาได้ยังไงกัน? รู้กันบ้างมั้ยว่าไม่เหมาะสม? หรือว่าที่คิดๆทำๆกัน ก็แค่เพื่อความสะใจส่วนตัวแค่นั้น? อย่าพูดว่าที่เรียกเพราะความเอ็นดู ไม่เลย....ไม่สักนิด คำเรียกเหล่านี้ ไม่ใช่คำเรียกของความเอ็นดู แต่เป็นคำเรียกแบบจิกหัวต่างหาก ไร้การให้เกียรติ ไม่มีสามัญสำนึกที่สุดด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้คุณค่าของคนที่ใช้คำพวกนี้เรียก มองดูตกต่ำ ไม่น่าดูอย่างร้ายกาจ นี่หรือเด็กสมัยนี้? คนรุ่นน้อง รุ่นหลานของเรา เดี๋ยวนี้เค้าเป็นกันแบบนี้หรือ? โลกมันหมุนเร็วไป จนสังคมของวัตถุมันก้าวหน้า จนสังคมของจิตใจคน มันต่ำทรามมากแค่ไหนกัน?
- เรียกจี้ว่า นังริว อีริว....พอกันเลยกับเคจัง เหอๆๆๆ ยิ่งรักมากเท่าไหร่ คำพูด คำเรียกยิ่งถ่อยสถุล มันก็ยิ่งมา อะไรความรักมันจะรุนแรงขนาดนั้นกัน? มากจนกล้าที่จะเรียกคนที่รัก ด้วยคำเรียกหยาบคาย ไม่เห็นหัวถึงขนาดนี้ เอาอะไรมาคิดกันนะ ว่าคำเรียกพวกนี้มันดีพอจะใช้เรียกคนที่ตัวเองเรียกปาวๆ ว่ารักนักรักหนา
- สำหรับเรียว คนนี้ถือว่าโชคดีที่สุด ที่แทบไม่มีแฟนเรียวคนไหน ใช้คำประเภทจิกหัวมาเรียก ยอมรับนับถือว่า นี่สิรักกันจริง! ไม่ทำความเสื่อมเสียให้คนที่รัก ไม่เหยียบย่ำคนที่รักด้วยเท้าตัวเอง รักมากก็เชิดชูให้ดีไว้เสมอ
คอมเม้นต์สนุกสนานกันในบอร์ดต่างๆ ดูๆไปมันคงจะสนุกกันจนเกินงาม จนไม่รู้จักอะไรควร อะไรไม่ควร อะไรไม่เหมาะสมจะทำ ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เล่นกันจนไม่รู้เหนือรู้ใต้ เหยียบหัวเหยียบหางคนเค้าไปทั่ว ศิลปินนะก็คนนะ! ไม่ใช่ของเล่น หรือตัวอะไรสักอย่าง ที่จะเอามาพูดจาลบหลู่ดูหมิ่นกันได้ ด้วยความคึกคะนองของตัวเองอย่างเดียว ทำไมไม่รู้จักการให้เกียรติบ้าง? จะพูดจะจาอะไร เคยคิดบ้างมั้ยว่ามันสมควรรึเปล่า เขาไม่ใช่เพื่อนเล่น ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่พี่น้อง ไม่ใช่แม้แต่คนรู้จักแท้ๆ ในเมื่อไม่ใช่คนรู้จักกัน เหตุฉะไหนถึงได้พูดจาลามปามกันได้ง่ายๆ? ขนาดคนรู้จักกัน เรายังต้องให้ความเกรงใจ เคารพนับถือซึ่งกันและกัน แล้วทำไมกับคนนอก ที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กันแม้แต่น้อย ถึงได้ล่วงละเมิดเขาได้ถึงขนาดนั้น? เคยคิดถึงตัวเองบ้างมั้ย ว่าถ้าหากเป็นตัวเรา ถูกคนอื่น....ใครที่ไหนก็ไม่รู้ ก็แค่แฟนเพลง แฟนผลงานของเรา แต่กลับเอาเราไปพูดจาเสียหาย ไม่ให้เกียรติกันแม้แต่น้อย จะรู้สึกยังไง??
คำว่า "เกียรติ" เราใช้บ่อยมากในนี้ เพราะมันคือสิ่งสำคัญของความเป็นมนุษย์ เราคือสัตว์โลกที่ประเสริฐ เพราะมนุษย์นั้นมีสมอง รู้จักคิด รู้จักพัฒนา มีจิตใจในการหยั่งรู้ถึงสิ่งที่ดี และไม่ดี เราสามารถใช้สมองไตร่ตรอง และมีเกียรติยศในตัวเองอย่างเหลือล้น และมนุษย์ทุกคนรักเกียรติของตัวเองเท่าชีวิตทั้งนั้น
คงไม่มีใคร ชอบให้ใครมาเหยียบย่ำเกียรติของตัวเองกันใช่มั้ย ไม่ว่าจะด้วยคำพูด หรือการกระทำก็ตาม จะล้อเล่นก็ดี เอาจริงก็ดี ไม่มีใครหน้าไหนชอบหรือสนุกด้วย คิดหรือว่าสิ่งที่ทำๆกันอยู่นะ มันเป็นสิ่งที่ดูดีแล้ว สมองมี ความคิดมี ทำไมถึงไม่ใช้กัน? หรือมันถูกทับถมกลบไปด้วยดินโคลนหมดแล้ว? สิ่งดีๆมีมากมายในโลกนี้ให้เอา แต่กลับไขว่คว้าแต่สิ่งโสมมประดับตัว เพราะแบบนี้มั้ย โลกมันถึงโสโครกขึ้น
อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้ เขียนทั้งทีเอามันให้หมด สักนิดสักหน่อยก็ขอปลดปล่อยหน่อยเห๊อะ! เรื่องจี้สวย จี้สาว จี้รับ จี้นายเอกเนี้ย ไม่แค่นั้น ไหนจะเคตะพระเอกจ๋าทั้งหลายอีก ขอระบายสักทีเหอะ ไม่ไหวแล้ว...
ถ้าพูดถึงวินส์ทั้ง3คน ทั้งเรียวเฮ เคตะ ริวอิจิ เอาตัวจริงๆ ตัวเป็นๆมาพูดกันเลยมา
- เรียวไม่ได้ผอม ไม่ได้บอบบาง ไม่ได้อ้อนแอ้นสักอย่าง เรียวแมนมาก แมนที่สุดในวินส์ เท่ห์ด้วย นิสัยก็ผู้ชายแท้ทั้งเนื้อทั้งตัวทั้งจิตใจ ร่างกายเหรอ?....ก็แข็งแรง สมชาย กล้ามแขน กล้ามท้องเพียบพร้อม หุ่นเรียกได้ว่าเฟิร์มมาก ไหล่กว้างตามแบบฉบับผู้ชายทั่วไป อาจจะเตี้ยไปหน่อยเรื่องความสูง แต่สัดส่วนร่างกายถือได้ว่า เพอร์เฟ็ก ไม่อ้วน ไม่ผอม พอดีสุดๆ หน้าตาเป็นคนหน้าหวาน หน้าตาดี แต่เราไม่ใช้คำว่าสวยอยู่ดี (มันเรื่องรสนิยมอ่านะ)
- เคจัง เคยผอม...ผอมมาก จนเป็นไม้เสียบผีเลย มีแต่ก้างกับหนังหุ้มกระดูก ใส่เสื้อผ้าก็ดูดี ดูได้ แต่อย่าถอดเสื้อเชียวไม่งามหรอก ตอนนี้อัพหุ่นจนเรื่องน้ำหนักถือว่าโอเคแล้ว มากกว่านี้คงไม่ดี เพราะจะกลายเป็นอ้วนไป ตอนนี้กำลังเหมาะแล้วไม่ผอม ไม่อ้วน เป็นคนสูง รูปร่างเพรียวลม เพราะเป็นคนกระดูกเล็กนี่แหละ ปัจจุบันบ้าอัพกล้าม ที่สมใจแล้วคงเป็นกล้ามแขน แต่กล้ามอกกับกล้ามท้อง อาจจะยังไม่สมใจเท่าไหร่(มั้ง)นะ หุ่นตอนนี้ก็ยังสูงเพรียว แต่ไม่ผอมบางแล้ว และไม่ได้ถึก ล่ำ อย่างที่ใครๆว่า อย่าตัดสินจากแค่แขน! เพราะมันไม่ได้วัดอะไรได้ นอกจากภาพลวงตา ที่คิดกันไปเองเท่านั้น!! เห็นแขนมีกล้ามอย่างนั้น ไม่ใช่จะมีแรงตามเท่าไหร่หรอกนะ -- --" หน้าตาสำหรับเรา เคจังเป็นคนหน้าตาดี แต่แบบนี้ไม่เรียกว่าหล่อ คนหน้าตาดีไม่ได้หมายความว่าหล่อ มันต่างกัน เป็นคนหน้าตาน่ารัก ท่าทางน่ารัก บุคลิกน่ารัก หลายอิมเมจ....ถึงขั้นสวย แต่เป็นสวยคม ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นผู้ชาย กับผู้หญิง
- ริวคนนี้สิ....ถึก บึก ล่ำของจริง!! แต่เตี้ย.... --"-- เป็นคนกระดูกใหญ่มาแต่เกิด ทำยังไงก็ไม่มีทางบอบบางไปได้เด็ดๆ ต่อให้ผอมกว่านี้อีก5เท่าด้วยซ้ำ แต่ในปัจจุบัน นอกจากจะไม่ผอมลงแล้ว ยังอุตส่าห์หนาขึ้นอีกต่างหาก ไหล่ก็หนา จริงๆก็หนามันทั้งร่างอ่าล่ะ ส่วนหน้าตา หน้าอ่อน หน้าตาดีออกแนวน่ารัก เนื่องมาจากหน้าอ่อนนั่นเลย แล้วรูปหน้าทำนองนี้คือน่ารัก แต่ไม่สวย ไม่มีอ่ะที่จะเรียกว่าสวย หลายๆมุมถ้าทำผมดีๆ จะเท่ห์มากๆ จะว่าหล่อ...ก็ไม่ใช่อีก แต่ดูแล้วเท่ห์ต่างหาก เป็นพวกเซอร์ๆ ทำให้เราคิดถึงพวกพั้งค์ชะมัด เพราะความตรงไปตรงมาของนิสัยริว บ้าดีเดือด ออกจะมุทะลุ แถมอยากทำอะไรก็ทำเสียด้วย
เท่าที่พูดมา มันมีตรงไหนที่ริวดูเป็นนายเอกได้เหรอ? รูปร่างก็ไม่ให้ หน้าตาก็ไม่ใช่(แต่อาจจะพอโมเมเอาได้ แล้วแต่ความชอบ) นิสัยยิ่งไม่เข้า มีคนพูดถึงเรื่องพฤติกรรม เหอๆๆๆ อยากหัวเราะให้ฟันร่วงหมดปาก พฤติกรรมริว ไม่มีแง่มุมไหนเลย ที่ให้ต่อการเป็นนายเอก นอกจากเมคกันเอาเอง ซึ่งตรงกันข้าม หรือไม่เฉียดใกล้ตัวจริงแม้แต่น้อย ถ้าหมายถึงพฤติกรรมน้องเค มันก็ตลกดีนะ....คนที่ได้ฉายา คุณหนูเคตะ ไม่ใช่เราตั้งให้เอง แต่เป็นพวกพิธีกรรายการต่างๆตั้งให้ แม้แต่นักดนตรีรุ่นพี่ ที่เคยถ่าย junon ด้วยกัน(ถ้าเข้าใจไม่ผิด 2คนนั้นคงเป็นพวกนักร้อง แต่ถ้าเข้าใจผิด คงเป็นนักแสดง) ก็เรียกเคจังว่า คุณหนูเคตะ คนที่ได้ฉายาแบบนี้ จะมีพฤติกรรมอะไรที่ดูพระเอกนักหนา? ฉายาได้มา ไม่ใช่เพราะเกิดในตระกูลสูงส่ง หรือร่ำรวยล้นฟ้า แต่เพราะหน้าตา รวมกับนิสัย และบุคลิกส่วนตัวเข้าด้วยกัน มันดูคุณหนูเอามากๆ ทั้งๆที่เป็นผู้ชายแท้ๆ ซึ่งแน่นอน...เจ้าตัวไม่ได้ชอบฉายาตัวเอง คงไม่มีผู้ชายที่ไหน ภูมิใจที่พวกผู้ชายด้วยกัน เรียกตัวเองว่าคุณหนูหรอก เพราะมันมีความหมายว่า....นายนะมันน่ารัก!
แต่เอาเถอะ เรื่องนี้ใจใครก็ใจใคร มองไม่เหมือนกัน ชอบไม่เหมือนกัน คิดเห็นไม่ตรงกัน ฟิกก็คือฟิก แต่ขอเลย....อย่าลามปามถึงตัวจริงนักก็ดี ถ้ามันเป็นเรื่องจริงเอามาล้อพอว่า แต่เรื่องเมคเองคิดเอง แล้วเอามามั่วนิ่มนี่...ไม่ไหว
จะให้ยกตัวอย่าง เรื่องจริงที่เอามาแต่งเติมนิดๆ เพราะน่าคิดให้ฟังมั้ย? สักนิดแล้วกันนะ
เช่นเรื่องที่ริวชอบกอดเคจัง แถมกอดไม่กอดเปล่า ชอบเอามือไปจับสะโพก(ภาษาบ้านๆเรียกว่าก้นนะแหละ) ชอบลูบผม ชอบลูบแก้ม(เวลานึกเคลิ้มอะไรสักอย่าง นานๆจะเห็นที) ชอบโอบเอว ชอบเล่นแผลงๆ อย่างเช่นจูบ(จนโดน)เป็นต้น และอาจจะมีทำท่าเหมือนจะจูบ ล้อเล่นแรงจนไอ้คนโดนเล่นผวามาแล้วหลายรอบ
ไอ้พวกนี้ เมื่อเห็นก็เกิดอาการจิ้นต่อเอง ด้วยความฮา ความพอใจ แต่ก็เอามาจากเรื่องจริง แต่คิดต่อเองไปอีกเล็กน้อยพอครื้มใจเล่น แบบนี้ดูไม่เมค ไม่ได้เว่อร์อะไร
แต่มีที่เอารูปธรรมดาสามัญ มาคิดเป็นตุเป็นตะ สร้างเรื่องเมคกันสนุกสนาน ไอ้แบบนั้นมัน....ตลกร้ายนิดๆ แต่ถ้าไม่เกินไป มีลิมิตก็ไม่มีอะไรมากมาย นอกจากความครื้มใจของทุกฝ่ายเฉยๆ แต่ถ้ามันเว่อร์ไปล่ะ? จนคิดเป็นจริงเป็นจังวุ่นวายไปหมด ต่อไปก็คงแยกความจริง ความไม่จริงไม่ออกแล้วล่ะ เพราะเรื่องเมคมันเยอะเกินไป จนทำให้ระบบความคิดมันสับสน เกิดจินตนาการเกินจริงไปไกลโข คิดเองเออเองจนแยกแยะอะไรไม่ออก ไม่รู้อีกต่อไป ว่าอันไหนจริง อันไหนแค่เรื่องเมค
อาจจะเลยเถิดถึงขั้น เอารูปใครก็ไม่รู้ คิดว่าเป็นคนที่ตัวเองอยากให้เป็น แบบนี้เค้าเรียกอาการหนัก! น่าเป็นห่วงที่สุดว่าจะกู่กลับได้มั้ย คนเรามันฝันได้ แต่อย่างมงายหลงวนเวียนแต่ในฝัน
ถ้ารักจริงๆ มีหรือที่จะไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง ถ้ารักจริงๆคงไม่เป็นคนสร้างรอยเสื่อมเสียให้คนที่รัก ด้วยฝีมือตัวเองหรอกนะ ถ้ารักจริงๆ คงไม่บอกว่าคนนั้นคนนี้เป็นคนที่เรารัก หรือคนที่เรารักไปเป็นใคร ถ้ารักจริง ย่อมต้องจำได้ หน้าคนที่เรารักเป็นยังไง ไม่จำผิดเป็นคนอื่นแน่นอน ถ้ารักจริง ต้องรับได้ทั้งเรื่องดี เรื่องไม่ดีของคนที่รัก ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไงก็รัก แต่ไม่หลงจนลืมหูลืมตา ดีก็ต้องว่าดี ไม่ดีก็ต้องว่าไม่ดี ไม่ใช่ไม่ดีก็ว่าดี นั่นมันพวกไม่ยอมรับความจริงแล้ว และสุดท้าย....ถ้ารักจริง ต้องเชื่อมั่นในตัวคนที่รัก และไม่เห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเอง โดยไม่สนใจความสุขคนที่รัก แบบนั้นเขาเรียก....รักตัวเองซะมากกว่า